Many Shades of Films about Serial Killers
- coldread777
- Dec 27, 2019
- 2 min read
เรื่องจริงของฆาตกรต่อเนื่อง สู่หลายแง่มุมในภาพยนตร์

Published: 27 Dec 2019
คำว่า ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ (Serial Killer) ดูจะฮือฮาในบ้านเราพอสมควรหลังมีข่าวของฆาตกรต่อเนื่องที่สื่อหลายสำนักตั้งฉายาให้ว่า ‘คิด เดอะ ริปเปอร์’ ซึ่งคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นการอ้างอิงจาก ‘แจ็ค เดอะ ริปเปอร์’ (Jack the Ripper) ฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อเหตุในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ซึ่งในแวดวงข่าวอาชญากรรมบ้านเรา ผู้เขียนไม่แน่ใจว่ามีฆาตกรที่ก่อเหตุหลายคดีซ้อนจนกลายเป็น ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ บ่อยครั้งแค่ไหน (กระนั้นก็เชื่อแน่ว่าหลายคนย่อมไม่อยากให้มีเรื่องสะเทือนขวัญแบบนี้กันบ่อยนัก) แต่หากคุณเป็นคอภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวหนังอาชญากรรม (crime) เรื่องราวของฆาตกรต่อเนื่อง (ไม่ว่าจะเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง) น่าจะจัดเป็นหนึ่งในพล็อตเรื่องหลักของหนังแนวนี้เลยก็ว่าได้
ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ The Silence of the Lambs (1991) ที่คงไม่เกินเลยไปนักหากจะบอกว่า ผลงานกำกับเรื่องเยี่ยมของ โจนาธาน เด็มมี (1944 - 2017) เรื่องนี้ คือหนึ่งในตัวอย่างชั้นดีของหนังฆาตกรต่อเนื่องที่มีแง่มุมน่าสนใจให้ศึกษามากมาย เพราะนอกจากการเป็น ‘หนังอาชญากรรม’ The Silence of the Lambs ยังโดดเด่นในแง่ของการเป็นหนังระทึกขวัญ-จิตวิทยา (psychological thriller) เพราะคงไม่ผิดนักหากจะบอกว่าหลายท่านที่เคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว น่าจะจดจำการชิงไหวชิงพริบอันคมคาย เข้มข้น และลุ้นระทึกระหว่าง คลาริซ สตาร์ลิ่ง (โจดี้ ฟอสเตอร์) เจ้าหน้าที่เอฟบีไอน้องใหม่ กับ ดร. ฮันนิบาล เล็คเตอร์ (แอนโธนี่ ฮอปกิ้นส์) อดีตจิตแพทย์และฆาตกรต่อเนื่องผู้ฉลาดล้ำและพิสมัยการกินเนื้อมนุษย์ ได้ดีเสียยิ่งกว่า บัฟฟาโล่ บิลล์ (เท็ด เลอไวน์) ตัวละครฆาตกรต่อเนื่องที่เป็น เป้าหมายหลักในการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายในเรื่องเสียอีก

สาเหตุที่ต้องขอเกริ่นนำเรื่องของหนัง The Silence of the Lambs ที่คอหนังส่วนใหญ่คงรู้จักดีอยู่แล้วก็เพราะ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมออสการ์เรื่องนี้และนิยายต้นฉบับชื่อเดียวกันในปี 1988 ของ โธมัส แฮร์ริส (ที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็น ‘นิยาย’ แต่กระนั้นก็มีข้อมูลว่าแฮร์ริสได้ ‘แรงบันดาลใจ’ ของ ดร. ฮันนิบาล เล็คเตอร์ ตัวละครดังของเขาทั้งในนิยายเล่มนี้และอีกหลายเล่มในชุดเดียวกันมาจากบุคคลจริงคือ นายแพทย์คนหนึ่งที่ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาฆาตกรรม ผู้ที่แฮร์ริสมักอ้างถึงเพียงแค่ในชื่อปลอมว่า ‘ดร. ซาลาซาร์’ ("Dr. Salazar") ก่อนที่นักข่าวหลายคนจะพยายามสืบค้นต่อและพบว่าชื่อจริงคือ อัลเฟรโด วาลลี เทรวิญโญ (Alfredo Ballí Treviño)) น่าจะเป็นหนึ่งใน ‘ตัวอย่างชั้นดี’ ของภาพยนตร์ที่นำประเด็นเรื่องฆาตกรต่อเนื่อง มาพลิกผันและปรับแปลงให้มีชั้นเชิงและแง่มุมที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง จนไปไกลกว่าแค่เรื่องแนวๆ ‘ตำรวจจับผู้ร้าย’ หรือหนังแนวชีวประวัติฆาตกรต่อเนื่องส่วนใหญ่หลายเท่า
บทความนี้จึงขอนำเสนอภาพยนตร์บางเรื่องที่ว่าด้วยฆาตกรต่อเนื่องที่มีตัวตนอยู่จริง และมีแง่มุมในการนำเสนอที่ค่อนข้างแตกต่างและหลากหลาย
Henry: Portrait of a Serial Killer (1986) – ตัวตนฆาตกร (บางแง่มุม) ที่ (อาจ) สมจริงจนน่า สะพรึง

ฆาตกรต่อเนื่อง: เฮนรี่ ลี ลูคัส (1936 - 2001) ก่อเหตุฆาตกรรมหลายรายในช่วงปี 1960 – 1983 และถูกตัดสินประหารชีวิตก่อนลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาฆาตกรรมเหยื่อ 11 ราย (ลูคัสเองยังอ้างว่าก่อเหตุฆาตกรรมเหยื่ออีกหลายร้อยคน แต่กระนั้นส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นการปั้นแต่งเรื่องขึ้น) กระทั่งเสียชีวิตในคุกเพราะหัวใจวายในปี 2001
เรื่องราวในหนัง: เฮนรี่ (ไมเคิล รูคเกอร์ หรือที่คอหนังยุคใหม่คงจำได้จากบท ยอนดู ใน Guardians of the Galaxy ทั้งสองภาคมากกว่า) ชายเร่ร่อนที่ย้ายที่อยู่ไปทั่วอเมริกา และเลือกเหยื่อฆาตกรรมแบบสุ่มๆ ทั้งชาย หญิง หรือแม้แต่เด็ก กับ โอติส (ทอม โทว์ส) เพื่อนของเขาที่เป็นพ่อค้ายาที่รู้จักกันในคุก
ในแง่หนึ่งหนังก็นับเป็นการเล่าชีวิตของฆาตกร แต่ก็ถูกมองว่าเป็นเพียง ‘การดัดแปลงคร่าวๆ’ จากเรื่องจริง แต่สาเหตุที่ทำให้นี่เป็นหนังอินดี้สุดฮือฮาเรื่องหนึ่งจากทศวรรษที่ 1980 ก็น่าจะเป็นด้วยเนื้อหาที่หนักหน่วงและพฤติกรรมของตัวละครที่ชวนสะพรึง (หนังถูกจัดอยู่ในเรท X) ผสมกับสไตล์ภาพและการนำเสนอที่ดิบเถื่อนและสมจริง (นี่เป็นหนังทุนต่ำที่ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 16 มิลลิเมตร) ส่งผลให้ในช่วงแรกกระแสตอบรับออกจะก้ำกึ่งและแทบหาผู้จัดจำหน่ายไม่ได้ กระทั่งหนังสะสมคำชื่นชม (พอๆ กับการเป็นที่ถกเถียง) จากการฉายในเทศกาลหนัง โดยในทุกวันนี้น่าจะเรียกได้ว่านี่ยังคงเป็นผลงานกำกับเรื่องแรกและผลงานที่ฮือฮาที่สุดแล้วของ จอห์น แม็คนอห์ตัน ผู้กำกับที่พักหลังค่อนข้างเงียบหายไป (ผลงานล่าสุดคือ The Harvest หนังสยองขวัญปี 2013 ก่อนหน้านั้นที่ดังหน่อยก็ Wild Things ในปี 1998)

(หมายเหตุ: หากสนใจเรื่องราวของ เฮนรี่ ลี ลูคัส เพิ่มเติม ก็ขอแนะนำ The Confession Killer สารคดีมินิซีรี่ส์ความยาว 5 ตอนทาง Netflix ที่เพิ่งออนไลน์เมื่อ 6 ธันวาคม 2019 ที่ผ่านมา)
Summer of Sam (1999) – บรรยากาศแห่งความหวาดผวา

ฆาตกรต่อเนื่อง: เดวิด เบอร์โควิตซ์ (1953 - ?) เขามีชื่อแต่กำเนิดว่า ริชาร์ด เดวิด ฟัลโค แต่เป็นที่รู้จักมากกว่าในฉายา ‘บุตรของแซม’ (Son of Sam) และ ‘นักฆ่า .44’ (.44 Caliber Killer) โดยฉายาแรกมาจากคำกล่าวอ้างของเบอร์โควิตซ์เองที่ว่าเขาลงมือก่อเหตุเพราะทำตามคำสั่งของปีศาจในร่างสุนัขชื่อ ‘แซม’ ของเพื่อนบ้าน ส่วนอีกฉายามาจากขนาดลำกล้องของอาวุธปืนที่เขาใช้ ปัจจุบันเบอร์โควิตซ์อายุ 66 ปี และรับโทษจำคุกตลอดชีวิตอยู่ในเรือนจำ
เรื่องราวในหนัง: แน่นอนว่าหนังอาชญากรรมว่าด้วยฆาตกรต่อเนื่อง มิใช่แนวทางถนัดของ สไปค์ ลี ผู้กำกับที่มักเน้นนำเสนอประเด็นเรื่องชนชาติและสีผิว เช่นในผลงานเด่นของเขาอย่าง Do the Right Thing (1989) หรือล่าสุดกับ BlacKkKlansman (2018) ดังนั้น หนังเรื่องนี้ของลีจึงไม่ได้มุ่งเน้นนำเสนอเรื่องราวชีวิต เจาะลึกแนวความคิด หรือให้รายละเอียดการก่อเหตุฆาตกรรมของฆาตกร หรือการสืบสวนคดีของผู้รักษากฎหมาย แต่มุ่งเน้นการนำเสนอ ‘บรรยากาศ’ แห่งความหวาดผวาในช่วงฤดูร้อนปี 1977 ของบรรดาผู้คนในชุมชน (สมมุติ) ของชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาเลี่ยนแห่งหนึ่งในนิวยอร์กซิตี้ อันเป็นสถานที่และช่วงเวลาที่ ‘บุตรของแซม’ ลงมือก่อเหตุ เนื้อหาหลักเล่าถึง วินนี่ (จอห์น เลกีซาโม) ชายหนุ่มที่ชีวิตแต่งงานกำลังมีปัญหา กับ ริตชี่ (เอเดรียน โบรดี้) เพื่อนสมัยเด็กของวินนี่ผู้หลงใหล ในวัฒนธรรมพังค์
อย่างไรก็ดี มีเกร็ดข้อมูลเบื้องหลังของหนังระบุว่าการที่ ‘ทิศทาง’ ของหนังออกมาเป็นเช่นนี้อาจไม่ใช่ความตั้งใจของผู้กำกับตั้งแต่แรก แต่เป็นเพราะลีเผชิญกับกระแสตอบรับเชิงลบจากบรรดาสมาชิกครอบครัวของเหยื่อฆาตกรรมหลายราย ซึ่งไม่อยากให้สร้างหนังเรื่องนี้เพราะอาจกลายเป็นการเชิดชูฆาตกร ดังนั้น บทหนังจึงถูกปรับเปลี่ยนให้มุ่งนำเสนอเรื่องราวของชุมชนแทนตัวฆาตกร (ลือกันว่าใน ตอนแรกหนังมีการใช้ชื่อในการถ่ายทำว่า ‘Son of Sam’ ตรงๆ เลยด้วย)
Zodiac (2007) – คดีดังที่กลายเป็นความหมกมุ่น

ฆาตกรต่อเนื่อง: นักฆ่าจักรราศี อีกหนึ่งฆาตกรที่ยังคงไม่สามารถระบุตัวตนที่แท้จริงได้ ซึ่งก่อเหตุฆาตกรรมหลายรายในหลายพื้นที่ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงยุคทศวรรษที่ 1960 – 70 โดยเหยื่อที่ยืนยันว่าเป็นการลงมือของฆาตกรรายนี้ที่ได้รับการยืนยันชัดเจนคือ 5 ราย (และบาดเจ็บอีก 2 คน) รวมถึงที่เป็นไปได้ว่าอาจเป็นการลงมือของเขาอีกราว 20 – 28 คน (ตัวฆาตกรเองอ้างว่าลงมือฆ่าไปทั้งสิ้น 37 คน) และฉายาของฆาตกรต่อเนื่องรายนี้มาจากบรรดาจดหมายเย้ยหยันต่างๆ ที่ฆาตกรส่งไปยังสื่อหลายสำนักในพื้นที่เกิดเหตุ
เรื่องราวในหนัง: แน่นอนหนังปี 2007 เรื่องนี้ของ เดวิด ฟินเชอร์ (Se7en, Fight Club, The Social Network) ในแง่หนึ่ง มิใช่เรื่องแรกและเรื่องเดียวที่นำเรื่องการฆาตกรรมอันชวนสะพรึงและปริศนาลึกลับต่างๆ ของนักฆ่าจักรราศี (ฆาตกรต่อเนื่องอีกคนที่ยังคงไม่อาจระบุตัวตนแท้จริงได้ เช่นเดียวกับ แจ็ค เดอะ ริปเปอร์) มาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่สิ่งที่ทำให้ Zodiac ของฟินเชอร์ ‘แตกต่าง’ ก็คือเนื้อหาหลักและตัวเอกของเรื่อง มิใช่ฆาตกรชื่อกระฉ่อน หากแต่เป็น โรเบิร์ต เกรย์สมิธ (เจค จิลเลนฮาล) นักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองซึ่งทำงานที่หนังสือพิมพ์ San Francisco Chronicle ในขณะที่เรื่องของ ‘นักฆ่าจักรราศี’ เริ่มสร้างความพรั่นพรึงไปทั่วเมือง กระทั่งเกรย์สมิธเริ่มผันตัวจากงานประจำของตัวเอง มาเป็นนักสืบมือสมัครเล่นที่พยายามตามหาตัวฆาตกรรายนี้ แน่ล่ะว่าหนังไม่ได้ขาดฉากการก่อเหตุอันน่ากลัวของฆาตกรและแง่มุมการสืบสวนของตำรวจ (ที่นำเสนออย่างละเอียด สมจริง และสมบูรณ์แบบตามสไตล์ของฟินเชอร์) แต่คงไม่ผิดนักหากจะบอกว่า ‘ความทุ่มเท’ ในระดับที่เรียกได้ว่า ‘หมกมุ่น’ ของเกรย์สมิธในคดีนี้ น่าจะเป็นหัวใจหลักของหนัง (ที่ก็ไม่น่าแปลกใจนักเพราะมีหนังสือว่าด้วยนักฆ่าจักรราศีที่เกรย์สมิธเขียนเองเป็นต้นฉบับ) และทำให้นี่เป็นหนังที่โดดเด่นและ ‘แตกต่าง’ ไปจากหนังที่ว่าด้วยฆาตกรรายนี้ เรื่องอื่นๆ
Special Section: ซีรี่ส์ Mindhunter – กับที่มาของคำว่า ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’

แถมอีกนิดกับอีกหนึ่งผลงานที่มิใช่ภาพยนตร์หากแต่เป็นซีรี่ส์ซึ่ง เดวิด ฟินเชอร์ มีส่วนร่วม (ในฐานะผู้สร้างและผู้กำกับบางตอน) ซึ่งคงไม่ต้องแนะนำกันมากมายเพราะเผยแพร่ทาง Netflix ไปแล้ว 2 ซีซั่นตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา และเต็มไปด้วยการกล่าวถึงฆาตกรต่อเนื่องชื่อกระฉ่อนของอเมริกามากมาย (รวมถึง Son of Sam และ ชาร์ลส์ แมนสัน ที่ถูกกล่าวถึงในซีซั่น 2) แต่ประเด็นที่บางท่านอาจยังไม่ทราบหรือไม่ก็ลืมกันไปแล้วก็คือ สองตัวเอกเจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่ตระเวนสัมภาษณ์ฆาตกรต่างๆ เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมนั้นมีเบื้องหลังอย่างไร คนแรกคือ โฮลเดน ฟอร์ด (โจนาธาน กรอฟฟ์) อ้างอิงจาก จอห์น อี. ดั๊กลาส เอฟบีไอตัวจริงผู้เขียนหนังสือ Mindhunter: Inside the FBI's Elite Serial Crime Unit ต้นฉบับของซีรี่ส์นี้เอง และยังเคยเป็นต้นแบบให้ แจ็ค ครอว์ฟอร์ด ตัวละครสำคัญใน The Silence of the Lambs และนิยายเล่มอื่นๆ ในชุดเดียวกันด้วย
ขณะที่ บิลล์ เทนช์ (โฮลต์ แม็คคัลลานี) เอฟบีไอคู่หูของฟอร์ด ก็อ้างอิงจากเอฟบีไอตัวจริงชื่อ โรเบิร์ต เรสเลอร์ ผู้มักได้รับเครดิตว่าเป็นคนให้กำเนิดคำว่า ‘Serial Killer’ หรือ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ นั่นเอง
ข้อมูลอ้างอิง: en.wikipedia.org, imdb.com, หนังสือ ล่าปมวิปลาส ยอดฆาตกร, Mindhunter: Inside the FBI's Elite Serial Crime Unit, เขียนโดย John E. Douglas และ Mark Olshaker แปลโดย วีระวัฒน์ เตชะกิจจาทร, สำนักพิมพ์ Maxx Publishing



Comments